ผู้ป่วยบางรายมีเสมหะสะสมในปากหรือลำคอ แต่ไม่สามารถไอหรือขับออกมาได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะกับคนที่มีปัญหาการกลืน กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เครื่องดูดเสมหะ จึงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยนำเสมหะ น้ำลาย และสิ่งคัดหลั่งออกจากทางเดินหายใจส่วนที่ต้องการดูแล อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ป่วยที่มีเสมหะทุกคนจำเป็นต้องใช้เครื่องชนิดนี้ เพราะการดูดเสมหะต้องพิจารณาจากอาการ ตำแหน่งของสิ่งคัดหลั่ง และความสามารถในการไอของผู้ป่วย รวมถึงต้องใช้งานอย่างถูกวิธีเพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและการติดเชื้อ
เครื่องดูดเสมหะคืออะไร และช่วยผู้ป่วยได้อย่างไร?
เครื่องดูดเสมหะ (Suction Machine) เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่สร้างแรงดูดผ่านสายหรืออุปกรณ์ดูด เพื่อดึงเสมหะ น้ำลาย และสิ่งคัดหลั่งที่ผู้ป่วยไม่สามารถขับออกได้เองเข้าสู่ภาชนะเก็บของเหลว บางคนเรียกว่าเครื่อง Suction ที่ดูดเสมหะ หรือเครื่องดูดเสลด ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงอุปกรณ์ประเภทเดียวกัน
ภายในเครื่องมีระบบสร้างแรงดูด ชุดปรับแรงดัน สายต่อ และขวดรองรับสิ่งคัดหลั่ง ส่วนอุปกรณ์ที่สัมผัสผู้ป่วยจะแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ต้องดูด เช่น หัวดูดสำหรับช่องปากหรือสายดูดเสมหะชนิดอ่อนสำหรับการดูแลทางเดินหายใจในกรณีที่เหมาะสม
หน้าที่สำคัญของ เครื่องดูดเสมหะ คือช่วยนำสิ่งคัดหลั่งออก ไม่ได้ทำให้เสมหะละลายหรือรักษาโรคที่เป็นต้นเหตุโดยตรง และไม่ใช่เครื่องเดียวกับ เครื่องผลิตออกซิเจน ซึ่งทำหน้าที่เพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจนสำหรับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ในการใช้ออกซิเจนเสริม ผู้ป่วยบางรายอาจต้องใช้อุปกรณ์ทั้งสองประเภทตามแผนการรักษา แต่ไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้
ผู้ป่วยแบบไหนจำเป็นต้องใช้ที่ดูดเสมหะ และควรใช้เมื่อไหร่?
โดยปกติร่างกายสามารถกำจัดเสมหะผ่านการไอหรือการกลืนได้ แต่ในผู้ป่วยบางกลุ่ม กล้ามเนื้อที่ใช้ไออาจทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือมีปัญหาการกลืนจนทำให้น้ำลายและเสมหะค้างอยู่ในช่องปากและทางเดินหายใจ การสะสมมากเกินไปอาจทำให้รู้สึกไม่สบาย หายใจมีเสียงครืดคราด หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการอุดกั้นของทางเดินหายใจได้
กลุ่มผู้ป่วยที่แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์อาจพิจารณาให้ใช้อุปกรณ์ดูดเสมหะ ได้แก่
- ผู้ป่วยติดเตียงที่ไอขับเสมหะไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีแรงไอน้อยหรือมีปัญหาการกลืนร่วมด้วย
- ผู้ป่วยโรคทางระบบประสาท เช่น ผู้ป่วยหลังโรคหลอดเลือดสมองบางราย หรือผู้ที่มีโรคกล้ามเนื้อและเส้นประสาทซึ่งส่งผลต่อการไอและการกลืน
- ผู้ป่วยที่ได้รับการเจาะคอ และมีแผนการดูแลทางเดินหายใจที่จำเป็นต้องดูดเสมหะ โดยผู้ดูแลต้องผ่านการฝึกเฉพาะทาง
- ผู้ป่วยที่มีน้ำลายหรือสิ่งคัดหลั่งสะสมมาก จนไม่สามารถกำจัดออกเองได้อย่างเพียงพอ
หากผู้ป่วยรู้สึกหอบหรือ หายใจไม่อิ่ม ไม่ได้หมายความว่าเกิดจากเสมหะอุดกั้นเสมอไป อาการเหล่านี้อาจมีสาเหตุอื่นที่ต้องได้รับการตรวจรักษา จึงไม่ควรนำเครื่องมาดูดเสมหะเพื่อทดลองแก้อาการหายใจลำบากโดยไม่ทราบสาเหตุ
การใช้เครื่องดูดเสมหะที่บ้าน ต้องเตรียมอะไรและระวังเรื่องไหนบ้าง?
สำหรับครอบครัวที่ต้องดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องที่บ้าน สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการมีเครื่องพร้อมใช้งาน แต่ผู้ดูแลควรได้รับการสอนจากพยาบาลหรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อน โดยเฉพาะตำแหน่งที่อนุญาตให้ดูด ชนิดและขนาดสาย ระดับแรงดูด ระยะเวลาในการดูด และวิธีสังเกตอาการผิดปกติของผู้ป่วย
การดูดสิ่งคัดหลั่งในช่องปากกับการดูดผ่านท่อเจาะคอไม่ใช่วิธีเดียวกัน จึงไม่ควรนำขั้นตอนหรืออุปกรณ์ของผู้ป่วยคนหนึ่งไปใช้กับอีกคนโดยไม่ได้รับคำแนะนำ
ก่อนใช้งานควรตรวจสอบให้พร้อมในเรื่องต่อไปนี้
- ตัวเครื่องและระบบไฟฟ้า ต้องทำงานเป็นปกติ หากเป็นรุ่นใช้แบตเตอรี่ควรตรวจสอบระดับพลังงานให้เพียงพอ
- สายดูดและอุปกรณ์ปลายทาง ต้องมีชนิดและขนาดตามแผนการดูแล ไม่แตก อุดตัน หรือชำรุด
- ขวดเก็บเสมหะและชุดป้องกันของเหลวล้น ต้องติดตั้งอย่างถูกต้องและอยู่ในสภาพสะอาด
- การป้องกันการติดเชื้อ ผู้ดูแลควรล้างมือ ใช้อุปกรณ์ป้องกันตามความเหมาะสม และทำความสะอาดหรือเปลี่ยนวัสดุสิ้นเปลืองตามคำแนะนำ
- สภาพของผู้ป่วย ควรสังเกตความสบาย การหายใจ สีริมฝีปาก และอาการที่เปลี่ยนไปจากปกติทั้งก่อนและหลังการดูด
ระหว่างใช้งาน หากผู้ป่วยมีอาการเจ็บมาก เลือดออก หอบมากขึ้น หรือค่าออกซิเจนลดลงผิดปกติ ควรหยุดและขอคำแนะนำทางการแพทย์ทันที สำหรับผู้ที่มีแผนติดตาม SpO₂ อยู่แล้ว การเข้าใจ วิธีอ่านค่าออกซิเจนปลายนิ้ว จะช่วยประกอบการสังเกตอาการได้ แต่ไม่ควรใช้ค่าจากเครื่องหนีบนิ้วเพียงอย่างเดียวตัดสินว่าผู้ป่วยปลอดภัย
เลือกเครื่องดูดเสมหะแบบไหนให้เหมาะกับการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน?
เครื่องที่ใช้ตามบ้านมีให้เลือกทั้งแบบเสียบไฟบ้านและแบบที่รองรับแบตเตอรี่หรือแหล่งจ่ายไฟระหว่างเคลื่อนย้าย การเลือกจึงควรเริ่มจากลักษณะการดูแลผู้ป่วยก่อน ไม่ใช่เลือกเพียงรุ่นที่มีแรงดูดสูงที่สุด
แรงดูดและการปรับระดับ
ควรเลือกรุ่นที่สามารถปรับแรงดูดได้เหมาะกับแผนการดูแลของผู้ป่วย เพราะแรงดูดสูงสุดที่ระบุในสเปกไม่ได้หมายความว่าต้องเปิดระดับนั้นทุกครั้ง การใช้แรงดูดมากเกินความจำเป็นอาจทำให้เยื่อบุบาดเจ็บได้ จึงควรตรวจสอบช่วงแรงดูดและวิธีปรับตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
ใช้ประจำที่บ้านหรือจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย
หากเครื่องตั้งอยู่ข้างเตียงและมีไฟฟ้าใช้งานอย่างสม่ำเสมอ รุ่นที่ใช้ไฟบ้านอาจเพียงพอ แต่ถ้าผู้ป่วยต้องเดินทางไปโรงพยาบาลหรือเคลื่อนย้ายบ่อย ควรพิจารณาแบบที่รองรับแบตเตอรี่และไฟรถยนต์ด้วย ทั้งนี้คำว่าพกพาไม่ได้หมายความว่าทุกรุ่นจะมีแบตเตอรี่ในตัว จึงต้องตรวจสเปกแยกกัน
ขนาดขวดรองรับสิ่งคัดหลั่ง
ขวดเก็บเสมหะควรมีความจุเหมาะกับรูปแบบการใช้งาน พร้อมระบบป้องกันของเหลวล้นเข้าสู่ปั๊ม ส่วนผู้ดูแลควรสามารถถอดเก็บ ทำความสะอาด และติดตั้งกลับได้ตามคู่มือ โดยไม่ต้องดัดแปลงตัวเครื่อง
สายดูดเสมหะและอุปกรณ์ที่ได้รับในชุด
ก่อนซื้อควรตรวจสอบว่าเครื่องมีสายต่อ ขวดเก็บของเหลว แผ่นกรอง และอุปกรณ์ปลายทางอะไรมาให้บ้าง รวมถึงสามารถหาอุปกรณ์ทดแทนได้หรือไม่ เพราะบางชิ้นเป็นวัสดุสิ้นเปลืองที่ต้องเปลี่ยนตามการใช้งาน การเลือกสายสำหรับเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้ป่วยเจาะคอควรเป็นไปตามที่ทีมรักษากำหนด
น้ำหนัก เสียง และการดูแลรักษา
หากต้องยกเครื่องไปใช้งานหลายจุด ควรเปรียบเทียบน้ำหนักจริงของรุ่นนั้น รวมถึงระดับเสียง การดูแลแผ่นกรอง และเงื่อนไขการรับประกัน เพื่อให้ใช้งานต่อเนื่องที่บ้านได้สะดวกขึ้น
เครื่องดูดเสมหะของ Queenmed มีรุ่นไหนให้เลือก?
ปัจจุบันทาง Queenmed Group มี เครื่องดูดเสมหะ ของ YUWELL ให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ 7E-A และ 7E-D โดยทั้งสองรุ่นมีระบบปรับแรงดูดและขวดเก็บสิ่งคัดหลั่งขนาด 1,000 มิลลิลิตร แต่รองรับการใช้งานและแหล่งจ่ายไฟต่างกัน
YUWELL รุ่น 7E-A สำหรับใช้งานประจำจุด
เครื่องดูดเสมหะ YUWELL รุ่น 7E-A เป็นเครื่องระบบลูกสูบ ใช้ไฟบ้าน AC 220V น้ำหนักประมาณ 4.4 กิโลกรัม มีขวดเก็บของเหลวขนาด 1,000 มิลลิลิตร และสามารถปรับแรงดูดได้ ตัวเครื่องมีอุปกรณ์ป้องกันของเหลวล้นเข้าสู่ปั๊ม จึงเป็นตัวเลือกสำหรับการใช้งานประจำจุด เช่น บริเวณเตียงผู้ป่วยที่มีแหล่งจ่ายไฟพร้อม
รุ่นนี้มีอุปกรณ์ประกอบ เช่น สายดูดสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ สายต่อ และแผ่นกรองตามรายการที่ระบุในหน้าสินค้า อย่างไรก็ตาม ควรให้ทีมดูแลตรวจสอบก่อนว่าอุปกรณ์ที่ให้มาสอดคล้องกับการดูดเสมหะรูปแบบที่ผู้ป่วยต้องใช้หรือไม่
YUWELL รุ่น 7E-D สำหรับผู้ที่ต้องเคลื่อนย้าย
ส่วน เครื่องดูดเสมหะ YUWELL รุ่น 7E-D มีจุดต่างสำคัญคือรองรับการใช้ไฟได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ ไฟบ้าน แบตเตอรี่ และไฟจากรถยนต์ จึงเหมาะสำหรับนำไปพิจารณาในกรณีที่ต้องดูแลผู้ป่วยระหว่างเคลื่อนย้ายหรืออยู่ในสถานที่ที่ไม่สะดวกต่อการเสียบปลั๊กตลอดเวลา
รุ่นนี้มีน้ำหนักประมาณ 6.5 กิโลกรัม พร้อมขวดเก็บของเหลว 1,000 มิลลิลิตร โดยหน้าสินค้าระบุช่วงการทำงานประมาณ 30 นาทีและอัตราความต่อเนื่อง 50% จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขการทำงานและระยะเวลาใช้พลังงานสำรองให้ชัดก่อนเลือกซื้อ โดยเฉพาะหากต้องใช้งานนอกบ้าน
เครื่องดูดเสมหะ เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยนำเสมหะ น้ำลาย และสิ่งคัดหลั่งออกในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถขับออกได้เอง แต่ไม่ได้จำเป็นสำหรับผู้ป่วยทุกคนที่มีเสมหะ ก่อนเลือกซื้อควรพิจารณาทั้งลักษณะการดูแลผู้ป่วย กำลังดูดที่สามารถปรับได้ ขนาดขวดเก็บสิ่งคัดหลั่ง และแหล่งจ่ายไฟของเครื่อง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียงหรือเคลื่อนย้ายไปโรงพยาบาลเป็นประจำ ควรเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับการใช้งานจริงและได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ก่อนใช้งาน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องดูดเสมหะไว้ดูแลผู้ป่วยที่บ้าน Queenmed Group เป็นผู้จำหน่ายเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยมี เครื่องดูดเสมหะ YUWELL รุ่น 7E-A และ 7E-D ให้เลือกตามรูปแบบการใช้งาน ทั้งรุ่นที่ใช้ไฟบ้านและรุ่นที่รองรับแบตเตอรี่สำหรับการเคลื่อนย้าย นอกจากนี้ยังมี อุปกรณ์การแพทย์ประเภทอื่น ๆ สำหรับการดูแลผู้ป่วย หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกรุ่นไหน หรือต้องการตรวจสอบรายละเอียดสินค้าและอุปกรณ์ที่ได้รับในชุด สามารถ ติดต่อสอบถาม Queenmed พร้อมแจ้งลักษณะการใช้งานและรุ่นที่สนใจ เพื่อประกอบการเลือกซื้อให้เหมาะสมได้
LINE ID : @queenmed
Email : Queenmedgroup@gmail.com
