เวลาที่ต้องเตรียมรับคนในครอบครัวกลับมาดูแลต่อที่บ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการหายใจ เช่น ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ซึ่งเป็นภาวะที่ปอดมีความผิดปกติจนทำให้ลมผ่านทางเดินหายใจได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากเรื่องการปรับสภาพแวดล้อมในห้องนอนแล้ว อีกเรื่องที่ญาติมักจะถามกันบ่อยมากก็คือ เครื่องผลิตออกซิเจนกินไฟไหม เพราะหลายบ้านคุณหมออาจแนะนำให้ใช้วันละ 12–15 ชั่วโมง หรือบางเคสต้องเปิดคลอไว้เกือบตลอด 24 ชั่วโมง
พอได้ยินว่าต้องเสียบปลั๊กเปิดเครื่องทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืน หลายคนก็อดกังวลไม่ได้ว่าบิลค่าไฟสิ้นเดือนจะพุ่งขึ้นเป็นหลักหลายพันบาทเหมือนเวลาเราเปิดแอร์ทิ้งไว้หรือเปล่า ลองมาดูกันตามความเป็นจริงเลยว่า เครื่องผลิตออกซิเจนหนึ่งเครื่องใช้ไฟประมาณไหน และถ้าเปิดใช้งานทุกวันจะมีค่าใช้จ่ายเรื่องไฟเพิ่มขึ้นมาสักเท่าไหร่
เครื่องผลิตออกซิเจนกินไฟไหม เทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านประมาณไหน?
ถ้าจะตอบให้สบายใจกันก่อนเลยก็คือ เครื่องผลิตออกซิเจนกินไฟน้อยกว่าที่หลายคนคิดไว้เยอะมาก
หลายคนเห็นตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ มีเสียงการทำงานของปั๊มลมตลอดเวลา เลยเผลอคิดว่ามันน่าจะกินไฟหนักเหมือนแอร์หรือเครื่องทำน้ำอุ่น แต่จริง ๆ แล้วหลักการทำงานของเครื่องผลิตออกซิเจนคือการใช้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ดึงอากาศในห้องเข้ามาผ่านตัวกรองเพื่อแยกก๊าซไนโตรเจนออก แล้วส่งออกซิเจนบริสุทธิ์ให้กับผู้ป่วย ไม่ได้มีการทำความร้อนหรือทำความเย็นที่ต้องดึงกระแสไฟสูง ๆ เลย
ถ้าลองเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ เครื่องผลิตออกซิเจนขนาดมาตรฐานที่ใช้กันตามบ้าน (ขนาด 5 ลิตร) จะกินไฟอยู่ที่ประมาณ 300–350 วัตต์ ซึ่งพอ ๆ กับการเปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะทำงาน 1 เครื่อง หรือเปิดทีวีจอใหญ่พร้อมพัดลมตั้งพื้นอีกสักสองตัวเท่านั้นเอง
เครื่องผลิตออกซิเจนแต่ละขนาด กินไฟกี่วัตต์?
อัตราการกินไฟของเครื่องผลิตออกซิเจนจะขึ้นอยู่กับขนาดของมอเตอร์และอัตราการจ่ายออกซิเจน (ลิตรต่อนาที) เป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ที่ใช้งานกันบ่อย ดังนี้
เครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 3 ลิตร และ 5 ลิตร (รุ่นมาตรฐานตามบ้าน)
เป็นขนาดที่นิยมใช้ดูแลผู้ป่วยที่บ้านมากที่สุด เพราะครอบคลุมการให้ออกซิเจนผ่านสายเสียบจมูก (Cannula) ตามที่แพทย์มักสั่งใช้
- ขนาด 3 ลิตร กินไฟเฉลี่ยประมาณ 250–300 วัตต์
- ขนาด 5 ลิตร กินไฟเฉลี่ยประมาณ 300–380 วัตต์ (ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อ)
เครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 8 ลิตร และ 10 ลิตร (สำหรับผู้ที่ต้องการออกซิเจนสูง)
ตัวเครื่องกลุ่มนี้จะมีคอมเพรสเซอร์ที่ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการจ่ายออกซิเจนในอัตราการไหลที่สูง หรือใช้ร่วมกับอุปกรณ์พ่นยาและหน้ากากออกซิเจนบางประเภท จึงใช้กำลังไฟขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 500–650 วัตต์
เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา
สำหรับบ้านที่ต้องพาผู้ป่วยเดินทางไปหาหมอหรือออกนอกบ้านบ่อย ๆ เครื่องกลุ่มนี้ถูกออกแบบมาให้ประหยัดพลังงานเพื่อถนอมแบตเตอรี่ โดยกินไฟเพียงประมาณ 40–120 วัตต์ เท่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระบบการจ่ายลมว่าเป็นแบบจ่ายตามจังหวะหายใจ (Pulse Dose) หรือแบบจ่ายต่อเนื่อง (Continuous Flow) ซึ่งหากใครกำลังมองหาเครื่องกลุ่มนี้อยู่ แนะนำให้อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่บทความ เครื่องผลิตออกซิเจนพกพา เหมาะกับใคร? ก่อนเลือกใช้ควรดูอะไรบ้าง เพื่อดูเรื่องน้ำหนัก แบตเตอรี่ และการจ่ายออกซิเจนให้เหมาะกับคนไข้ก่อนตัดสินใจ
เปิดเครื่องวันละหลายชั่วโมง ค่าไฟต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณกี่บาท?
เพื่อให้เห็นตัวเลขกลม ๆ ที่เอาไปวางแผนค่าใช้จ่ายในบ้านได้จริง ลองคำนวณจาก เครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 5 ลิตร (คิดค่าเฉลี่ยที่ 350 วัตต์) โดยคำนวณจากอัตราค่าไฟบ้านเฉลี่ยประมาณหน่วยละ 4.5 บาท
(วิธีคิดหน่วยไฟง่าย ๆ คือ นำกำลังวัตต์ 350 หารด้วย 1,000 จะได้เท่ากับว่าเปิด 1 ชั่วโมง กินไฟ 0.35 หน่วย หรือตกชั่วโมงละประมาณ 1.57 บาทเท่านั้น)
กรณีใช้วันละ 8 ชั่วโมง (เน้นเปิดช่วงนอนหลับกลางคืน)
- ใช้ไฟประมาณวันละ 2.8 หน่วย (เดือนละ 84 หน่วย)
- ค่าไฟจะอยู่ที่ประมาณ 370 – 380 บาทต่อเดือน หรือเฉลี่ยวันละ 12 บาทกว่า ๆ
กรณีใช้วันละ 15 ชั่วโมง (เปิดช่วงกลางคืนและพักผ่อนระหว่างวัน)
- ใช้ไฟประมาณวันละ 5.25 หน่วย (เดือนละ 157.5 หน่วย)
- ค่าไฟจะอยู่ที่ประมาณ 700 – 710 บาทต่อเดือน หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 23 บาท
กรณีเปิดต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง
- ใช้ไฟประมาณวันละ 8.4 หน่วย (เดือนละ 252 หน่วย)
- ค่าไฟจะอยู่ที่ประมาณ 1,100 – 1,150 บาทต่อเดือน หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 37 บาท
ส่วนบ้านไหนที่ใช้ เครื่องขนาดใหญ่ 10 ลิตร (เฉลี่ย 600 วัตต์) หากเปิดวันละ 12 ชั่วโมง ค่าไฟจะตกอยู่ที่ราว ๆ 970 บาทต่อเดือน และถ้าเปิด 24 ชั่วโมงจะอยู่ที่ประมาณ 1,900 บาทต่อเดือน
พอเห็นตัวเลขแบบนี้แล้วจะพบว่า ต่อให้เปิดเครื่องขนาด 5 ลิตรยาวทั้งวันทั้งคืน ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นมาก็ตกวันละไม่ถึง 40 บาท ซึ่งถือว่าเบาแรงกว่าการเปิดแอร์ทิ้งไว้เยอะมาก
ดูแลเครื่องอย่างไรไม่ให้ทำงานหนักและกินไฟเกินจำเป็น
แม้ตัวเครื่องจะไม่ได้กินไฟเยอะอยู่แล้ว แต่การดูแลรักษาที่ถูกวิธีจะช่วยให้มอเตอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป ช่วยคุมค่าไฟให้คงที่ และยืดอายุการใช้งานของเครื่องได้นานขึ้น
- วางเครื่องให้ห่างจากผนังและผ้าม่านอย่างน้อย 15–30 เซนติเมตร เพื่อให้ช่องระบายอากาศรอบตัวเครื่องถ่ายเทความร้อนได้ดี ถ้าวางชิดกำแพงเกินไป ความร้อนจะสะสมในเครื่อง ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักและกินไฟมากขึ้น
- หมั่นถอดแผ่นกรองฝุ่น (Filter) มาทำความสะอาดทุกสัปดาห์ เมื่อฝุ่นเกาะหนา เครื่องจะต้องออกแรงดึงอากาศเข้ามากกว่าปกติ ล้างด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำสบู่อ่อน ๆ แล้วตากให้แห้งสนิทก่อนใส่กลับเข้าไป
- เลือกขนาดเครื่องให้พอดีกับที่แพทย์สั่ง หากแพทย์ระบุว่าผู้ป่วยใช้ออกซิเจนอยู่ที่ 1–3 ลิตรต่อนาที การเลือกเครื่องขนาด 3 ลิตร หรือ 5 ลิตร ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่อง 10 ลิตรที่มีขนาดมอเตอร์ใหญ่และกินไฟสูงกว่าโดยไม่จำเป็น
สรุป เลือกเครื่องผลิตออกซิเจนให้เหมาะกับคนไข้ คุ้มค่าไฟและปลอดภัยระยะยาว
เมื่อดูจากตัวเลขจริงแล้ว คำถามที่ว่า เครื่องผลิตออกซิเจนกินไฟไหม คงพอทำให้ผู้ดูแลหลายท่านคลายกังวลลงได้ เพราะค่าไฟเฉลี่ยอยู่ที่หลักร้อยไปจนถึงพันต้น ๆ ต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งแลกมากับความสะดวกที่ไม่ต้องคอยกังวลว่าออกซิเจนจะหมดกลางดึก และช่วยให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนอย่างสม่ำเสมอตามแผนการรักษาของแพทย์
สำหรับครอบครัวที่กำลังวางแผนหาเครื่องผลิตออกซิเจนมาไว้ดูแลคนที่รักที่บ้าน แต่ยังไม่แน่ใจว่าอาการของคนไข้ควรใช้เครื่องขนาดกี่ลิตรดี สามารถเข้าไปดูรายละเอียดอุปกรณ์การแพทย์และเครื่องผลิตออกซิเจนรุ่นต่าง ๆ ได้ที่หน้า สินค้าของเรา หรือทักมาปรึกษาทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ Queenmed ได้โดยตรงที่หน้า ติดต่อเรา ทีมงานพร้อมช่วยแนะนำขนาดเครื่องที่เหมาะสม คุ้มค่า และปลอดภัยกับการใช้งานที่บ้านมากที่สุด
LINE ID : @queenmed
Email : Queenmedgroup@gmail.com


