เครื่องผลิตออกซิเจนพกพา เหมาะกับใคร? ก่อนเลือกใช้ควรดูอะไรบ้าง

สำหรับใครที่ต้องการใช้ออกซิเจนเสริมตามคำแนะนำของแพทย์ การอยู่บ้านไม่ได้เป็นปัญหาเท่ากับเวลาต้องออกไปข้างนอก เดินทาง หรือทำกิจกรรมนอกบ้าน หรือแม้แต่การไปพบแพทย์ก็ตาม เพราะเครื่องผลิตออกซิเจนแบบตั้งพื้นแม้จะใช้งานต่อเนื่องได้สะดวก แต่ข้อเสียก็มีทั้งเรื่องขนาดและน้ำหนักที่เยอะ ดังนั้น เครื่องผลิตออกซิเจนพกพา ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดข้อจำกัดเรื่องการเคลื่อนย้าย อย่างไรก็ตาม คำว่า “พกพา” ไม่ได้หมายความว่าตัวเครื่องจะใช้แทนเครื่องตั้งพื้นได้กับผู้ป่วยทุกคน เพราะวิธีจ่ายออกซิเจน อัตราการจ่าย และระยะเวลาใช้งานจากแบตเตอรี่ของแต่ละรุ่นต่างกัน การเลือกจึงต้องเริ่มจากความต้องการออกซิเจนของผู้ใช้ก่อนดูเรื่องน้ำหนักหรือขนาดเครื่อง

เครื่องผลิตออกซิเจนพกพาคืออะไร ต่างจากเครื่องที่ใช้ในบ้านอย่างไร?

หลักการพื้นฐานยังเหมือน เครื่องผลิตออกซิเจนทั่วไป คือดึงอากาศจากบริเวณรอบตัวเข้าสู่เครื่อง แยกก๊าซบางส่วนออก แล้วจ่ายอากาศที่มีความเข้มข้นของออกซิเจนสูงขึ้นให้กับผู้ใช้งาน ความต่างอยู่ที่เครื่องพกพาถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และสามารถใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ได้ จึงนำออกจากบ้านได้สะดวกกว่าเครื่องตั้งพื้น

American Thoracic Society ได้บอกไว้ว่า Portable Oxygen Concentrator หรือก็คือ เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาได้ จะมีน้ำหนักและรูปแบบการจ่ายออกซิเจนแตกต่างกันตามรุ่น บางเครื่องจ่ายแบบ Continuous Flow หรือไหลต่อเนื่อง ขณะที่อีกหลายรุ่นใช้ระบบ Pulse Dose ซึ่งจ่ายออกซิเจนเป็นช่วงตามจังหวะหายใจเข้า จุดนี้สำคัญมาก เพราะเครื่องพกพาที่ดูเล็กและเบาอาจไม่ได้รองรับรูปแบบการจ่ายออกซิเจนแบบเดียวกับเครื่องที่ผู้ป่วยใช้อยู่ที่บ้าน

เครื่องผลิตออกซิเจนพกพา

เครื่องผลิตออกซิเจนพกพาเหมาะกับใคร?

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา เหมาะกับผู้ที่แพทย์ประเมินแล้วว่าจำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริม และต้องการความคล่องตัวมากขึ้น เช่น ต้องออกจากบ้านเป็นประจำ มีนัดโรงพยาบาล เดินทางด้วยรถ หรือยังสามารถทำกิจกรรมภายนอกบ้านได้ แต่จำเป็นต้องมีออกซิเจนร่วมด้วย

กลุ่มที่อาจพิจารณาเครื่องพกพาได้

  • ผู้ที่ต้องใช้ออกซิเจนบางช่วงระหว่างวันและยังเดินทางออกนอกบ้าน
  • ผู้ที่ต้องการลดภาระจากการเคลื่อนย้ายเครื่องผลิตออกซิเจนขนาดใหญ่
  • ผู้ที่จำเป็นต้องใช้ออกซิเจนระหว่างเดินทางด้วยรถ โดยรุ่นที่เลือกมีระบบไฟรองรับ
  • ผู้ที่มีแผนใช้ออกซิเจนแบบ Pulse Dose และสามารถใช้งานกับระบบตรวจจับจังหวะหายใจของเครื่องได้ตามที่แพทย์หรือผู้ดูแลอุปกรณ์ประเมินไว้

แต่ ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยที่ใช้ออกซิเจนทุกคนเหมาะกับเครื่องพกพา โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับคำแนะนำให้ใช้ออกซิเจนแบบ Continuous Flow ในอัตราที่กำหนด หรือผู้ที่ต้องการออกซิเจนในปริมาณมาก การเปลี่ยนมาใช้เครื่อง Pulse Dose โดยดูเพียงว่าเครื่องปรับได้หลายระดับอาจทำให้ออกซิเจนที่ได้รับไม่ตรงกับแผนการรักษา

ก่อนเลือกเครื่องผลิตออกซิเจนพกพา ควรเช็กอะไรให้ครบ?

เรื่องน้ำหนักเป็นจุดเด่นของเครื่องพกพาก็จริง แต่ถ้าจะใช้กับผู้ป่วยจริง มีหลายอย่างที่สำคัญกว่าแค่เครื่องเบาหรือกระเป๋าสวย

1. รูปแบบการจ่ายออกซิเจน

เช็กก่อนว่าเป็น Pulse Dose, Continuous Flow หรือรองรับทั้งสองแบบ แล้วเทียบกับรูปแบบที่ผู้ป่วยได้รับคำแนะนำไว้

2. ระดับการจ่ายออกซิเจนและความเข้มข้น

ดูสเปกของเครื่องรุ่นนั้นโดยตรง ไม่ควรนำระดับ Pulse ไปเทียบเป็นลิตรต่อนาทีเอง นอกจากนี้ควรดูว่าเครื่องสามารถรักษาความเข้มข้นของออกซิเจนไว้ในช่วงที่ผู้ผลิตกำหนดได้ตลอดการตั้งค่าที่ต้องใช้หรือไม่

3. ระยะเวลาของแบตเตอรี่

ตัวเลขแบตเตอรี่สูงสุดมักขึ้นอยู่กับระดับการทำงาน หากปรับการจ่ายออกซิเจนสูงขึ้น ระยะเวลาที่ใช้งานจริงอาจสั้นลง จึงควรวางแผนจากระยะเวลาที่ต้องอยู่นอกบ้าน ไม่ใช่ดูเพียงตัวเลขสูงสุดบนโบรชัวร์

4. น้ำหนักและขนาดเครื่อง

ถ้าต้องสะพายหรือถือเป็นเวลานาน น้ำหนักต่างกันเพียงไม่กี่กิโลกรัมก็รู้สึกได้ ควรดูน้ำหนักรวมแบตเตอรี่ ไม่ใช่น้ำหนักตัวเครื่องเปล่าเพียงอย่างเดียว

5. ระบบไฟที่รองรับ

สำหรับคนเดินทางบ่อย การใช้ไฟบ้านอย่างเดียวอาจไม่พอ ควรดูว่ามีแบตเตอรี่และ Adapter สำหรับรถหรือไม่ รวมถึงเวลาที่ใช้ชาร์จเต็ม

6. ระบบแจ้งเตือน

เครื่องควรมีสัญญาณเตือนในกรณีที่ระบบตรวจพบความผิดปกติ เช่น แบตเตอรี่ต่ำ ไม่พบจังหวะหายใจ ความเข้มข้นออกซิเจนผิดปกติ หรือเครื่องมีปัญหา ทั้งนี้ความหมายของไฟและ Alarm แตกต่างกันตามรุ่น หากเกิดเสียงเตือน การรู้ว่า เครื่องผลิตออกซิเจนมีเสียงเตือนจากสาเหตุอะไรได้บ้าง จะช่วยให้ตรวจจากจุดพื้นฐานได้โดยไม่ต้องแกะเครื่องเอง

7. การใช้งานจริงของผู้ป่วย

สิ่งสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือเครื่องต้องรองรับผู้ป่วย ไม่ใช่แค่ผ่านสเปกบนกระดาษ โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินไกล ขึ้นบันได หรือใช้ออกซิเจนหลายช่วงของวัน ควรประเมินว่าระหว่างทำกิจกรรมเครื่องยังตอบโจทย์ตามที่แพทย์กำหนดหรือไม่

Queenmed มีเครื่องผลิตออกซิเจนพกพารุ่นไหน?

ตอนนี้ในหมวดของ เครื่องผลิตออกซิเจนของ Queenmed มีเครื่องทั้งหมด 11 รุ่น และมีรุ่นที่จัดอยู่ในหมวด เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา 1 รุ่น คือ Yuwell Spirit 3

สเปกของเครื่องผลิตออกซิเจนพกพา Yuwell รุ่น Spirit 3

  • จ่ายออกซิเจนแบบ Pulse Dose
  • ปรับ Pulse ได้ 1–4 ระดับ
  • ความเข้มข้นออกซิเจนที่ระบุ 90–96% ทุกระดับ Pulse
  • น้ำหนักรวมแบตเตอรี่ประมาณ 2.2 กิโลกรัม
  • ขนาดประมาณ 22 × 8 × 22 เซนติเมตร
  • แบตเตอรี่ Li-ion 6400 mAh ใช้งานได้สูงสุดประมาณ 5 ชั่วโมงที่ระดับ 1
  • ใช้ไฟบ้าน AC 100–240 V ได้
  • ใช้งานกับไฟรถ DC 12–24 V ได้
  • มีระบบแจ้งเตือนเมื่อไม่พบการหายใจ แบตเตอรี่ต่ำ ความร้อนหรือแรงดันผิดปกติ และความผิดปกติของระบบ
  • ในชุดมีแบตเตอรี่ กระเป๋าสะพาย Adapter ไฟบ้าน Adapter สำหรับรถ สาย Cannula และไส้กรองสำรอง

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา

เครื่องผลิตออกซิเจนพกพา Yuwell รุ่น Spirit 3

สำหรับผู้ที่กำลังมองหา เครื่องผลิตออกซิเจนพกพา Queenmed มี Yuwell Spirit 3 ซึ่งเป็นรุ่นขนาดกะทัดรัด จ่ายออกซิเจนแบบ Pulse Dose และใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่ ไฟบ้าน และไฟจากรถ จึงเหมาะกับการนำออกไปใช้นอกบ้านหรือระหว่างเดินทางในกรณีที่รูปแบบการจ่ายออกซิเจนตรงกับความต้องการของผู้ใช้ หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกแบบพกพาหรือเครื่องสำหรับใช้ประจำที่บ้าน สามารถดู เครื่องผลิตออกซิเจนรุ่นต่าง ๆ ของ Queenmed เพื่อเปรียบเทียบขนาด การจ่ายออกซิเจน และลักษณะการใช้งานก่อนตัดสินใจได้

ในกรณีที่ผู้ป่วยต้องการแหล่งออกซิเจนเพิ่มด้วย เช่น ใช้ระหว่างเคลื่อนย้ายหรือมีแผนสำรองตามที่ทีมรักษาแนะนำ การทำความเข้าใจความต่างระหว่าง ถังออกซิเจนกับเครื่องผลิตออกซิเจน จะช่วยให้วางแผนอุปกรณ์ได้เหมาะกับชีวิตประจำวันมากขึ้น โดย Queenmed มีทั้งเครื่องผลิตออกซิเจนและถังออกซิเจนทางการแพทย์ให้เลือกตามรูปแบบการใช้งาน สามารถนำข้อมูลที่แพทย์กำหนด เช่น อัตราการไหล ระยะเวลาที่ต้องใช้ และรูปแบบการจ่ายออกซิเจน มาประกอบการเลือกอุปกรณ์ให้ตรงกับผู้ป่วยแต่ละรายได้ครับ.

QueenMed Group

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *