สำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยจำเป็นต้องดูดเสมหะเป็นประจำ การมีเครื่องตั้งอยู่ข้างเตียงอาจเพียงพอในวันที่ไม่ได้ออกไปไหน แต่เมื่อต้องพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาล เดินทางด้วยรถ หรือย้ายไปพักดูแลที่อื่น การใช้อุปกรณ์ที่ต้องเสียบปลั๊กตลอดเวลาอาจไม่สะดวก เครื่องดูดเสมหะแบบพกพา จึงเป็นอีกตัวเลือกสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องดูแลทางเดินหายใจระหว่างเคลื่อนย้าย อย่างไรก็ตาม เครื่องแต่ละรุ่นมีขนาด น้ำหนัก ระบบไฟ และระยะเวลาการทำงานต่างกัน ก่อนเลือกซื้อจึงควรดูให้ชัดว่าจะนำไปใช้ที่ไหน ใช้บ่อยเพียงใด และต้องเตรียมอะไรเพิ่มเติมบ้าง
เครื่องดูดเสมหะแบบพกพาต่างจากเครื่องทั่วไปอย่างไร?
เครื่องดูดเสมหะแบบพกพา (Portable Suction Machine) ทำหน้าที่สร้างแรงดูดเพื่อนำเสมหะ น้ำลาย หรือสิ่งคัดหลั่งออกจากทางเดินหายใจตามแผนการดูแลของผู้ป่วย เช่นเดียวกับเครื่องที่ใช้ประจำอยู่ที่บ้าน ความแตกต่างหลักอยู่ที่การออกแบบให้เคลื่อนย้ายได้สะดวก และบางรุ่นสามารถทำงานโดยใช้แบตเตอรี่หรือไฟจากรถยนต์แทนไฟบ้านได้
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยใช้อุปกรณ์ชนิดนี้มาก่อน หรือไม่แน่ใจว่าผู้ป่วยจำเป็นต้องดูดเสมหะหรือไม่ ควรทำความเข้าใจเรื่อง เครื่องดูดเสมหะและการใช้งานสำหรับผู้ป่วยที่บ้าน ก่อน เพราะการเลือกเครื่องแบบพกพาเป็นเรื่องของความสะดวกในการดูแล ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนที่มีเสมหะจำเป็นต้องซื้อเครื่องมาใช้เอง
สถานการณ์แบบไหนที่เครื่องดูดเสมหะแบบพกพามีประโยชน์?
เครื่องชนิดนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่มีแผนการดูดเสมหะจากบุคลากรทางการแพทย์อยู่แล้ว แต่ไม่สามารถอยู่ในบริเวณที่มีเครื่องประจำที่ตลอดเวลา โดยเฉพาะผู้ที่ไอขับเสมหะเองได้ไม่ดี หรือผู้ป่วยเจาะคอบางรายที่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ดูแลทางเดินหายใจพร้อมใช้งาน
ตัวอย่างสถานการณ์ที่ควรพิจารณาเครื่องพกพา ได้แก่
- การเดินทางไปโรงพยาบาลตามนัด ผู้ป่วยบางรายต้องใช้เวลาเดินทางและรอตรวจหลายชั่วโมง การมีเครื่องที่ใช้พลังงานสำรองได้ช่วยให้ผู้ดูแลเตรียมอุปกรณ์ตามแผนการรักษาระหว่างอยู่นอกบ้าน
- การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยระหว่างสถานที่ เช่น จากบ้านไปยังศูนย์ดูแลหรือบ้านญาติ โดยเฉพาะกรณีที่ไม่สามารถมั่นใจได้ว่าจะมีปลั๊กไฟพร้อมใช้งานทุกจุด
- บ้านที่มีข้อจำกัดเรื่องแหล่งจ่ายไฟ หากผู้ป่วยจำเป็นต้องดูดเสมหะและมีความเสี่ยงเมื่อไฟฟ้าขัดข้อง อุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่ได้อาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนสำรองที่ทีมรักษากำหนด
- ผู้ป่วยเจาะคอที่ต้องออกนอกบ้าน ซึ่งอาจต้องจัดเตรียมเครื่องดูดเสมหะและอุปกรณ์ฉุกเฉินอื่น ๆ ให้พร้อมตามรายการที่โรงพยาบาลแนะนำก่อนเดินทาง
แม้เครื่องแบบพกพาจะช่วยเรื่องความคล่องตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถดูดเสมหะได้ทุกสถานการณ์โดยไม่มีข้อจำกัด ผู้ดูแลควรผ่านการฝึกใช้งานตามลักษณะทางเดินหายใจของผู้ป่วยก่อน โดยเฉพาะการดูดเสมหะผ่านท่อเจาะคอ ซึ่งมีความเสี่ยงและต้องใช้อุปกรณ์กับวิธีปฏิบัติเฉพาะ
ก่อนนำเครื่องดูดเสมหะออกนอกบ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
สิ่งที่ทำให้เครื่องพกพาใช้งานได้สะดวกจริง ไม่ใช่เพียงการยกเครื่องขึ้นรถ แต่ต้องมั่นใจว่าระหว่างเดินทางมีแหล่งจ่ายไฟและอุปกรณ์ที่จำเป็นพร้อมใช้งาน หากแบตเตอรี่หมด สายต่อหลุด หรืออุปกรณ์บางชิ้นเสียหาย การมีเครื่องติดตัวเพียงอย่างเดียวก็อาจไม่เพียงพอสำหรับการดูแลผู้ป่วย
สิ่งที่ผู้ดูแลควรดูก่อนจะออกเดินทาง
- แบตเตอรี่และสายไฟ ชาร์จแบตเตอรี่ตามคู่มือ ตรวจสอบระบบไฟที่เครื่องรองรับ และเตรียมสายไฟหรืออุปกรณ์ต่อไฟรถยนต์ที่ใช้กับรุ่นนั้นได้จริง
- ขวดเก็บเสมหะ ตรวจสอบความสะอาด ฝาปิด และการติดตั้งให้แน่นหนา พร้อมจัดวางเครื่องในลักษณะที่ลดโอกาสเอียงล้มหรือมีของเหลวหก
- สายดูดและวัสดุสิ้นเปลือง เตรียมชนิดและจำนวนตามแผนที่พยาบาลแนะนำ รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อที่ต้องใช้ระหว่างดูแล
- พื้นที่สำหรับวางเครื่อง เลือกจุดที่มั่นคง หยิบใช้งานได้สะดวก และไม่เสี่ยงถูกกระแทกระหว่างเคลื่อนย้าย
- แผนรับมือเมื่อเครื่องใช้งานไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องพึ่งการดูดเสมหะเพื่อให้ทางเดินหายใจโล่ง ควรทราบวิธีติดต่อทีมรักษาและมีแผนสำรองตามที่โรงพยาบาลกำหนด
สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางด้วยรถยนต์เป็นประจำ ควรตรวจสอบว่าระบบไฟรถตรงกับสเปกเครื่องหรือไม่ และไม่ควรใช้อุปกรณ์แปลงไฟที่ผู้ผลิตไม่ได้รองรับ เพราะอาจทำให้เครื่องทำงานผิดปกติได้
อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่ บางรุ่นระบุระยะเวลาการทำงานของเครื่องไว้ แต่ตัวเลขดังกล่าวอาจไม่ใช่ระยะเวลาที่แบตเตอรี่สามารถจ่ายไฟได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง จึงควรสอบถามรายละเอียดนี้โดยตรงก่อนนำเครื่องไปใช้ระหว่างเดินทางไกล
ก่อนซื้อเครื่องดูดเสมหะแบบพกพา ควรเช็กสเปกตรงไหน?
เมื่อรู้แล้วว่าจะนำเครื่องไปใช้ในสถานการณ์ใด การเลือกจะง่ายขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องมองหารุ่นที่แรงดูดสูงที่สุดหรือเล็กที่สุดเสมอไป แต่ควรให้ความสำคัญกับความเหมาะสมของอุปกรณ์และความสะดวกในการดูแลผู้ป่วยจริง
ระบบไฟเป็นเรื่องแรกที่ต้องตรวจสอบ โดยดูว่าเครื่องใช้ไฟบ้านเพียงอย่างเดียว หรือรองรับแบตเตอรี่และไฟรถยนต์ด้วย หากเลือกเพื่อนำออกนอกบ้านบ่อย ความสามารถในการทำงานโดยไม่ต้องเสียบปลั๊กย่อมมีความสำคัญกว่าการเลือกจากรูปลักษณ์ของเครื่อง
ต่อมาที่ต้องดูคือ น้ำหนักและขนาดตัวเครื่อง ซึ่งควรพิจารณาร่วมกับผู้ที่ต้องยกหรือถืออุปกรณ์เป็นประจำ เพราะเครื่องที่มีแบตเตอรี่อาจหนักกว่าเครื่องใช้ไฟบ้าน ถึงแม้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มพกพาเหมือนกันก็ตาม
รายละเอียดเล็กๆที่ไม่ควรมองข้าม
- การปรับแรงดูด ต้องรองรับระดับที่บุคลากรทางการแพทย์กำหนด ไม่ควรเลือกหรือปรับจากแรงดูดสูงสุดเพียงอย่างเดียว
- ข้อจำกัดการทำงานต่อเนื่อง เครื่องบางรุ่นต้องมีช่วงพักการทำงานตามคู่มือ จึงไม่ควรเข้าใจว่าสามารถเปิดทิ้งไว้ได้ตลอดเวลา
- ระบบป้องกันของเหลวล้น ช่วยลดความเสี่ยงที่เสมหะหรือของเหลวจะไหลเข้าสู่ระบบปั๊มเมื่อใช้งานตามวิธีที่กำหนด
- อุปกรณ์และอะไหล่ที่หาเปลี่ยนได้ เช่น สายต่อ แผ่นกรอง และอุปกรณ์เก็บสิ่งคัดหลั่ง ควรตรวจสอบว่าหาซื้อเพิ่มเติมได้สะดวกหรือไม่
Queenmed มีเครื่องดูดเสมหะแบบพกพารุ่นไหนให้เลือก?
ปัจจุบัน Queenmed Group มีเครื่องดูดเสมหะ YUWELL อยู่ 2 รุ่น คือ 7E-A และ 7E-D โดยจุดที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรกคือแหล่งจ่ายไฟ เพราะส่งผลโดยตรงต่อการนำเครื่องออกไปใช้นอกบ้าน
เครื่องดูดเสมหะแบบพกพาจึงเหมาะกับผู้ที่จำเป็นต้องดูแลผู้ป่วยระหว่างเดินทางหรือในสถานที่ที่ไม่สะดวกต่อการใช้ไฟบ้าน แต่ถ้าใช้งานประจำที่ข้างเตียงและมีปลั๊กไฟพร้อม เครื่องแบบใช้ไฟบ้านก็อาจเพียงพอโดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเพิ่มเพื่อระบบแบตเตอรี่ สิ่งสำคัญคือเลือกจากแผนการดูแลผู้ป่วย ระบบไฟ น้ำหนัก และข้อจำกัดของเครื่อง ไม่ใช่ดูเพียงว่ารุ่นใดมีคำว่าพกพาอยู่ในชื่อสินค้า
สำหรับครอบครัวที่กำลังเลือกอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วย Queenmed Group มี เครื่องดูดเสมหะ YUWELL ทั้งรุ่นใช้ไฟบ้านและรุ่นรองรับแบตเตอรี่ รวมถึง เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์อื่น ๆ สำหรับการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกรุ่น 7E-A หรือ 7E-D สามารถ ติดต่อ Queenmed พร้อมแจ้งว่าต้องการใช้งานประจำที่หรือระหว่างเดินทาง มีแหล่งจ่ายไฟแบบใด และบุคลากรทางการแพทย์แนะนำอุปกรณ์อะไรไว้บ้าง เพื่อให้ตรวจสอบสเปกและเลือกเครื่องที่เหมาะกับการใช้งานได้ตรงความต้องการมากขึ้น
LINE ID : @queenmed
Email : Queenmedgroup@gmail.com
