Hypoxia หรือ ภาวะขาดออกซิเจน สำหรับร่างกายที่ต้องใช้ออกซิเจนตลอดเวลาเพื่อให้เซลล์และอวัยวะต่าง ๆ ทำงานได้ตามปกติ เมื่อออกซิเจนไปถึงเนื้อเยื่อไม่เพียงพอกับความต้องการ จะเกิดภาวะที่เรียกว่า Hypoxia ซึ่งคนทั่วไปมักเรียกว่า ภาวะขาดออกซิเจน อาการอาจเริ่มจากเหนื่อย หายใจเร็ว ใจเต้นเร็ว หรือมึนงง แต่หากรุนแรงขึ้นอาจกระทบต่อสมอง หัวใจ และการทำงานของอวัยวะสำคัญได้ จึงเป็นภาวะที่ไม่ควรมองจากความรู้สึกว่า “ยังหายใจได้อยู่ก็น่าจะไม่เป็นอะไร” เพียงอย่างเดียว
Hypoxia คืออะไร ต่างจากออกซิเจนในเลือดต่ำอย่างไร
Hypoxia คือภาวะที่เนื้อเยื่อหรืออวัยวะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ในภาษาไทยทางการแพทย์จึงมักใช้คำว่า “ภาวะพร่องออกซิเจน” ซึ่งตรงกับความหมายกว่า ไม่มีออกซิเจน เพราะ Hypoxia ไม่ได้หมายความว่าออกซิเจนหายไปทั้งหมด แต่มันคือการที่แทบจะไม่มีหรือไม่มีออกซิเจนไปถึงเนื้อเยื่อเลย ซึ่งมันจะเป็นภาวะที่มีความรุนแรงกว่า ซึ่งเรียกว่า Anoxia
ออกซิเจนในเลือดต่ำสามารถทำให้เกิด Hypoxia ได้ แต่ Hypoxia นั้นไม่ได้เกิดจากออกซิเจนในเลือดต่ำเพียงอย่างเดียว อย่างเช่น ผู้ที่มีภาวะโลหิตจางรุนแรงอาจมีปัญหาในการขนส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อ หรือผู้ที่มีการไหลเวียนเลือดผิดปกติอาจมีออกซิเจนในเลือดอยู่แต่ส่งไปยังอวัยวะได้ไม่เพียงพอ
เมื่อร่างกายขาดออกซิเจน จะเกิดอะไรขึ้นกับสมองและอวัยวะต่าง ๆ
เมื่อออกซิเจนไปถึงเนื้อเยื่อน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ เซลล์จะเริ่มทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ผลที่ตามก็จะขึ้นอยู่กับว่าขาดมากแค่ไหน เกิดเร็วเพียงใด และเกิดนานเท่าไรในช่วงแรก ร่างกายมักพยายามชดเชยด้วยการ หายใจเร็วขึ้นและทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เพื่อเพิ่มการนำออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อ ผู้ป่วยจึงอาจรู้สึกเหนื่อย หายใจไม่อิ่ม กระสับกระส่าย ปวดศีรษะ หรือเริ่มคิดและตอบสนองช้าลง
อวัยวะที่ต้องการออกซิเจนอย่างต่อเนื่องอย่าง สมอง จะได้รับผลกระทบมากเมื่อออกซิเจนลดลงรุนแรง หากสมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ อาจเริ่มมีอาการมึนงง สมาธิลดลง สับสน ง่วงผิดปกติ และหากรุนแรงมากอาจหมดสติหรือชักได้ ภาวะสมองขาดออกซิเจนที่รุนแรงเป็นเหตุฉุกเฉินและสามารถทำให้เกิดความเสียหายถาวรได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว นอกจากสมองแล้ว หากเกิด Hypoxia ต่อเนื่อง การทำงานของหัวใจและอวัยวะอื่นก็อาจได้รับผลกระทบตามมา จึงไม่ควรมองว่า ขาดออกซิเจนเป็นเพียงอาการหายใจไม่สะดวก แต่ต้องหาสาเหตุว่าปัญหาเกิดขึ้นตรงส่วนใดของกระบวนการนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายและส่งต่อไปยังเนื้อเยื่อ
ภาวะขาดออกซิเจนเกิดจากอะไร และมีอาการแบบไหนที่ต้องระวัง
สาเหตุของ ภาวะขาดออกซิเจน ไม่ได้มีเฉพาะโรคปอด เพราะออกซิเจนต้องผ่านหลายขั้นตอนตั้งแต่เข้าสู่ปอด เข้าสู่เลือด ถูกขนส่งผ่านระบบไหลเวียน และสุดท้ายจึงไปถึงเซลล์ ปัญหาในขั้นใดขั้นหนึ่งก็สามารถทำให้เนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนไม่พอได้
สาเหตุที่พบได้มีหลายกลุ่ม
- ปัญหาเกี่ยวกับปอดและการหายใจ เช่น ปอดอักเสบ COPD หอบหืดรุนแรง ลิ่มเลือดอุดตันในปอด หรือภาวะที่ทำให้หายใจได้ไม่เพียงพอ
- การไหลเวียนเลือดผิดปกติ เช่น หัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่ดี หรือมีการอุดตันของหลอดเลือด ทำให้ออกซิเจนไปไม่ถึงเนื้อเยื่อบางส่วน
- เลือดขนส่งออกซิเจนได้น้อยลง เช่น ภาวะโลหิตจางรุนแรง เพราะจำนวนเม็ดเลือดแดงหรือความสามารถในการขนส่งออกซิเจนลดลง
- ออกซิเจนในสิ่งแวดล้อมต่ำ เช่น การอยู่ในพื้นที่สูง ซึ่งมีออกซิเจนให้ร่างกายนำเข้าได้น้อยลง
- สารบางชนิดรบกวนการใช้ออกซิเจนของเซลล์ ซึ่งเป็นภาวะเฉพาะที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ทันที
อาการที่พบได้
อาการอาจต่างกันตามสาเหตุและความรุนแรง แต่ที่พบได้ ได้แก่ หายใจลำบาก หายใจเร็ว ใจเต้นเร็ว ปวดศีรษะ กระสับกระส่าย มึนงง และสับสน ส่วนภาวะที่รุนแรงขึ้นอาจเห็นริมฝีปาก เล็บ หรือผิวหนังมีสีเขียวคล้ำ รวมถึงระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนไป
ภาวะขาดออกซิเจน ต้องใช้ออกซิเจนเมื่อไหร่ และควรทำอย่างไรต่อ
การมีอาการเหนื่อย หายใจไม่อิ่ม หรือสงสัยว่า ขาดออกซิเจน ไม่ได้หมายความว่าควรเปิดถังออกซิเจนใช้เองทันที เพราะ Hypoxia เกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ปัญหาที่ปอด การไหลเวียนเลือด ไปจนถึงภาวะที่เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้ไม่เพียงพอ การรักษาจึงต้องดูที่สาเหตุเป็นหลัก ไม่ใช่ให้ออกซิเจนเหมือนกันทุกกรณี
ถ้าสงสัยว่าร่างกายกำลังขาดออกซิเจน ควรแยกให้ออกเป็น 3 สถานการณ์
มีอาการผิดปกติเล็กน้อยหรือค่าที่วัดได้เปลี่ยนจากเดิม
ควรพักให้นิ่ง ตรวจวิธีวัด และสังเกตอาการร่วม หากต้องการทำความเข้าใจเรื่องระดับออกซิเจนในเลือด สามารถดูเรื่อง ออกซิเจนในเลือดต่ำเกิดจากอะไร ประกอบได้
มีอาการรุนแรงหรืออาการทรุดเร็ว
เช่น หายใจลำบากมาก สับสน ริมฝีปากคล้ำ ชัก หรือหมดสติ ควรได้รับการช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที ไม่ควรรอหาถังออกซิเจนมาใช้เองที่บ้านก่อน
แพทย์ประเมินแล้วว่าจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนเสริม
จึงค่อยเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับอัตราการไหล ระยะเวลาที่ต้องใช้ และรูปแบบการดูแล เช่น ถังออกซิเจน หรือเครื่องผลิตออกซิเจน โดยไม่ควรปรับอัตราการไหลเองจากอาการหรือค่าที่วัดได้เพียงอย่างเดียว
Queenmed Group มีทั้งอุปกรณ์ออกซิเจนและ บริการเติมออกซิเจนทางการแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่มีแผนใช้ออกซิเจนอยู่แล้ว หากมีข้อมูลจากแพทย์เรื่องอัตราการไหลหรือระยะเวลาที่ต้องใช้ สามารถใช้ข้อมูลนั้นประกอบการเลือกอุปกรณ์ให้ตรงกับการใช้งานจริงได้
LINE ID : @queenmed
Email : Queenmedgroup@gmail.com