ระหว่างใช้เครื่องผลิตออกซิเจนอยู่ดี ๆ แล้วอยู่ ๆ ก็มีเสียงเตือนดังขึ้น โดยเฉพาะช่วงตอนกลางคืนที่ผู้ป่วยกำลังนอนหลับพักผ่อน ผู้ดูแลอาจไม่รู้ว่าต้องจัดการกับเสียงเตือนนี้ยังไงหรือควรทำอะไรก่อน ความจริงแล้วการที่ เครื่องผลิตออกซิเจนมีเสียงเตือน มีที่มาจากหลายสาเหตุ ทั้งไฟฟ้าขัดข้อง การระบายอากาศไม่ดี และความผิดปกติภายในเครื่อง สิ่งสำคัญคืออย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปจากเสียงเพียงอย่างเดียว แต่ให้ดูอาการผู้ป่วย ไฟแสดงสถานะ และการทำงานของเครื่องประกอบกัน เพื่อแยกว่าเรื่องไหนสามารถจัดการเบื้องต้นได้ และเรื่องไหนควรหยุดใช้งานแล้วติดต่อผู้ให้บริการ
เครื่องผลิตออกซิเจนมีเสียงเตือน ควรทำอะไรเป็นอันดับแรก?
เมื่อได้ยินเสียงเตือนจากเครื่อง ให้เข้าไปดูผู้ป่วยก่อนเป็นอย่างแรกก่อนตัวเครื่อง เพราะระหว่างที่เครื่องเกิดปัญหา ผู้ป่วยอาจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอตามแผนการรักษาและอาจเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้ออกซิเจนต่อเนื่อง
ให้ตรวจตามลำดับนี้
- ดูอาการผู้ป่วย ว่ายังหายใจและตอบสนองตามปกติหรือไม่ หากหายใจลำบากรุนแรง เจ็บแน่นหน้าอก สับสน หมดสติ หรือมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ให้ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินทันที
- สังเกตหน้าจอและไฟเตือน ว่ามีสีหรือรหัสอะไรปรากฏอยู่ พร้อมดูว่าเครื่องยังทำงานหรือหยุดไปแล้ว
- ตรวจแหล่งจ่ายไฟและอุปกรณ์ภายนอก โดยไม่เปิดฝาครอบหรือถอดชิ้นส่วนภายในเครื่อง
- ใช้แผนออกซิเจนสำรองที่เตรียมไว้ หากเครื่องไม่สามารถจ่ายออกซิเจนได้ และผู้ป่วยมีแผนใช้ออกซิเจนต่อเนื่องที่แพทย์หรือผู้ให้บริการกำหนดไว้
หากเครื่องหยุดทำงานและผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับออกซิเจนอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรรอแก้เครื่องจนกว่าจะใช้งานได้ แต่ควรดำเนินการตามแผนสำรองและติดต่อผู้ดูแลรักษาหรือผู้ให้บริการอุปกรณ์ทันที
กรณีที่ต้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน
หากผู้ป่วยไม่หายใจ หายใจเฮือก หมดสติ หรือหายใจลำบากอย่างรุนแรง ให้โทร 1669 ทันที ไม่ควรเสียเวลาพยายามแก้เสียงเตือนหรือวัดออกซิเจนซ้ำเพื่อรอดูอาการ
เครื่องผลิตออกซิเจนมีเสียงเตือนเกิดจากอะไรได้บ้าง?
การที่เครื่องผลิตออกซิเจนมีเสียงเตือนไม่ได้หมายความว่าเครื่องอาจจะเสียเสมอไป แต่เป็นการแจ้งให้ผู้ใช้งานตรวจสอบความผิดปกติบางอย่าง ซึ่งระบบเตือนของแต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นอาจไม่เหมือนกัน สาเหตุที่ควรรู้มีดังนี้
| สิ่งที่สังเกตพบ | สาเหตุที่อาจเกี่ยวข้อง | จุดที่ควรตรวจเบื้องต้น |
| มีเสียงเตือนพร้อมเครื่องดับหรือหน้าจอไม่ติด | ไฟดับ ปลั๊กหลุด หรือแหล่งจ่ายไฟมีปัญหา | ตรวจปลั๊ก สายไฟ และไฟฟ้าภายในบ้าน |
| เครื่องทำงานแต่มีเสียงเตือนผิดปกติ | การไหลของออกซิเจนหรือแรงดันอาจผิดปกติ | ตรวจสายและจุดต่อภายนอกว่าพับ งอ หรือถูกกดทับหรือไม่ |
| เครื่องร้อนมากหรือหยุดทำงานหลังเปิดไปสักพัก | การระบายอากาศไม่ดีหรือระบบตรวจพบความร้อนผิดปกติ | ดูว่ามีสิ่งของปิดช่องรับและระบายอากาศหรือไม่ |
| มีไฟหรือข้อความแจ้งเตือนออกซิเจนต่ำ | เครื่องอาจผลิตออกซิเจนได้ไม่อยู่ในช่วงที่กำหนด | ตรวจรหัสตามคู่มือและติดต่อผู้ให้บริการ |
| มีเสียงเตือนพร้อมรหัสระบบผิดพลาด | อาจเกิดปัญหากับแรงดัน คอมเพรสเซอร์ หรือระบบภายใน | จดรหัสและแจ้งร้านหรือผู้ให้บริการตรวจสอบ |
สาเหตุเหล่านี้อ้างอิงจากประเภทสัญญาณเตือนที่พบในคู่มือเครื่องผลิตออกซิเจน เช่น ระบบไฟฟ้า ความเข้มข้นของออกซิเจน แรงดัน และความผิดปกติของเครื่อง แต่ไม่ควรใช้ตารางนี้แทนคู่มือเฉพาะรุ่น เพราะเครื่องแต่ละรุ่นอาจตรวจจับและแสดงความผิดปกติแตกต่างกัน
เครื่องมีเสียงเตือน เช็ก 4 จุดนี้ได้โดยไม่ต้องแกะเครื่อง
สำหรับผู้ดูแลที่ไม่เคยใช้เครื่องผลิตออกซิเจนมาก่อน ควรเริ่มจากสิ่งที่มองเห็นและตรวจได้จากภายนอก ไม่จำเป็นต้องแกะตัวเครื่องหรือทดลองปรับระบบภายในเพื่อหาสาเหตุ
1. ปลั๊กไฟและสายไฟ
ดูว่าเครื่องยังเสียบปลั๊กแน่นอยู่หรือไม่ มีไฟดับหรือเบรกเกอร์ตัดหรือเปล่า หากสายไฟหรือปลั๊กมีรอยไหม้ แตก หรือชำรุด ไม่ควรฝืนเสียบใช้งานต่อ และไม่ควรต่อเครื่องผ่านสายพ่วงที่ไม่ได้รับรองให้ใช้กับอุปกรณ์รุ่นนั้น
2. สายให้ออกซิเจน
ตรวจตั้งแต่จุดต่อออกจากเครื่องไปจนถึงสายที่ผู้ป่วยใช้อยู่ โดยเฉพาะบริเวณขอบเตียง ขาโต๊ะ หรือจุดที่มีเฟอร์นิเจอร์กดทับ หากสายหลุดหรือพับงออาจทำให้ออกซิเจนไหลไปยังผู้ใช้งานได้ไม่เป็นไปตามปกติ แต่ไม่ใช่เครื่องทุกรุ่นที่จะมีสัญญาณเตือนเมื่อสายพับหรือหลุด
3. ช่องระบายอากาศและตำแหน่งวางเครื่อง
เครื่องผลิตออกซิเจนต้องดึงอากาศจากรอบตัวเข้าสู่ระบบ หากวางชิดผ้าม่าน ผนัง หรือมีผ้าคลุมตัวเครื่อง อาจกระทบต่อการระบายอากาศและทำให้เกิดความร้อนสะสมได้ โดยเฉพาะบ้านที่ใช้เครื่องตอนกลางคืน การ จัดวางเครื่องผลิตออกซิเจนในห้องนอน จึงควรเว้นพื้นที่รอบช่องลมตามคู่มือของรุ่นที่ใช้ ไม่ใช่เพียงเลือกตำแหน่งที่เสียงรบกวนน้อยที่สุด
4. กระปุกทำความชื้นและไส้กรอง
หากเครื่องใช้ร่วมกับกระปุกทำความชื้น ให้ดูว่ากระปุกอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและไม่มีความเสียหายภายนอก ส่วนไส้กรองควรดูว่ามีฝุ่นสะสมจนผิดปกติหรือไม่ โดยการถอดทำความสะอาดต้องทำตามคู่มือและปิดเครื่องก่อนทุกครั้ง ไม่ควรถอดหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในขณะที่เครื่องกำลังทำงาน
การ เติมน้ำในกระปุกทำความชื้นของเครื่องผลิตออกซิเจน ควรใช้ชนิดน้ำและระดับที่ผู้ผลิตกำหนด ไม่เติมเกินขีดสูงสุดหรือดัดแปลงชุดกระปุกเพื่อแก้ปัญหาเสียงเตือน
ไฟแดง ไฟเหลือง หรือรหัส Error ต้องดูอย่างไร?
เวลาที่ เครื่องผลิตออกซิเจนมีเสียงเตือนพร้อมไฟแสดงสถานะ สิ่งที่ควรทำคือจดหรือถ่ายภาพหน้าจอไว้ เพราะข้อมูลนี้ช่วยให้ร้านหรือผู้ให้บริการตรวจสอบปัญหาได้ตรงขึ้น
ไม่ควรตีความว่าไฟเหลืองของทุกเครื่องหมายถึงปัญหาเล็กน้อย หรือไฟแดงหมายถึงเครื่องเสียแบบเดียวกันทั้งหมด เนื่องจากผู้ผลิตกำหนดความหมายของไฟและรหัสแตกต่างกันตามรุ่น เช่น บางรุ่นมีระบบแจ้งเตือนความเข้มข้นของออกซิเจนต่ำ ขณะที่บางรุ่นแจ้งเตือนแรงดันหรือคอมเพรสเซอร์ผิดปกติแยกจากกัน
หากมีเสียงเตือนต่อเนื่อง เครื่องหยุดทำงาน หรือไม่สามารถยืนยันได้ว่าเครื่องยังจ่ายออกซิเจนตามปกติ ควรติดต่อผู้ให้บริการโดยไม่ปล่อยให้ผู้ป่วยพึ่งเครื่องที่กำลังผิดปกติอยู่
เช็กแล้วเสียงเตือนยังไม่หาย ควรทำอย่างไรต่อ?
หากลองตรวจไฟฟ้า สายออกซิเจน และการระบายอากาศแล้ว แต่เสียงเตือนยังคงดังอยู่ ไม่ควรแกะเครื่องเพื่อซ่อมเองหรือพยายามปิดระบบเตือนแล้วใช้งานต่อ เพราะปัญหาที่เกิดอาจมาจากภายในตัวเครื่องและประเมินจากภายนอกไม่ได้
ก่อนติดต่อร้าน ควรเตรียมข้อมูลให้ครบ ได้แก่ ยี่ห้อและรุ่นเครื่อง สีไฟหรือรหัสที่แสดง ลักษณะเสียงเตือน ช่วงเวลาที่เริ่มมีปัญหา และเครื่องยังจ่ายออกซิเจนอยู่หรือไม่ หากถ่ายคลิปสั้น ๆ ให้เห็นหน้าจอพร้อมเสียงเตือนได้ ก็จะช่วยให้ทีมงานเข้าใจอาการของเครื่องได้ง่ายขึ้น
สำหรับผู้ที่มีแผนใช้ออกซิเจนต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์และผู้ให้บริการล่วงหน้าเรื่องแหล่งออกซิเจนสำรองเมื่อไฟดับหรือเครื่องขัดข้อง การเตรียม ถังออกซิเจนหรือเครื่องผลิตออกซิเจนให้เหมาะกับการใช้งานที่บ้าน ต้องพิจารณาทั้งอัตราการไหล ระยะเวลาที่ต้องใช้ และความสามารถของผู้ดูแลในการจัดการอุปกรณ์ ไม่ใช่ตัดสินจากขนาดหรือราคาอย่างเดียว
American Lung Association
Queenmed Group มี เครื่องผลิตออกซิเจนหลายขนาดและหลายรุ่น ทั้ง YUWELL และ LONGFIAN โดยแต่ละรุ่นมีสเปกและระบบแจ้งเตือนแตกต่างกัน หากใช้เครื่องที่ซื้อจาก Queenmed แล้วพบเสียงเตือนผิดปกติ สามารถ ติดต่อทีมงาน Queenmed พร้อมแจ้งรุ่นและอาการของเครื่อง เพื่อสอบถามแนวทางตรวจสอบหรือการดำเนินการต่อได้
LINE ID : @queenmed
Email : Queenmedgroup@gmail.com

