วันหยุดไม่จำเป็นต้องเต็มไปด้วยการเดินทางหลายจังหวัดหรือการเก็บสถานที่ท่องเที่ยวให้ครบตามแผนเสมอไป บางครั้งการเปลี่ยนบรรยากาศไปพักในที่เงียบ ๆ นวดผ่อนคลาย เดินท่ามกลางธรรมชาติ หรือเข้าร่วมโปรแกรมดูแลสุขภาพ ก็เป็นอีกวิธีใช้เวลาพักผ่อนที่น่าสนใจ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในไทย มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่แหล่งน้ำพุร้อน สปา รีสอร์ตเพื่อสุขภาพ ไปจนถึงสถานพยาบาลที่สามารถวางแผนตรวจสุขภาพควบคู่กับการเดินทางได้ ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนต้องการพักร่างกาย ดูแลจิตใจ หรือให้ความสำคัญกับสุขภาพด้านไหนเป็นพิเศษ
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพคืออะไร ต่างจากการเที่ยวทั่วไปอย่างไร?
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health and Wellness Tourism) คือการเดินทางที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายและใจควบคู่กับการพักผ่อน โดยกิจกรรมอาจเป็นการนวดและทำสปา ออกกำลังกายเบา ๆ ฝึกสมาธิ พักในรีสอร์ตที่มีโปรแกรมสุขภาพ หรือเดินทางไปตรวจสุขภาพและเข้ารับบริการทางการแพทย์ตามความต้องการ
จุดที่ต่างจากการท่องเที่ยวทั่วไปคือ ผู้เดินทางจะนำเป้าหมายเรื่องสุขภาพเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกสถานที่และวางแผนกิจกรรม เช่น คนที่ทำงานหนักและอยากพักจากความวุ่นวายอาจเลือกรีสอร์ตท่ามกลางธรรมชาติ ขณะที่คนที่ต้องการตรวจสุขภาพประจำปีอาจวางแผนเข้ารับบริการในกรุงเทพฯ แล้วจัดวันพักผ่อนเพิ่มเติมหลังเสร็จสิ้นโปรแกรมตรวจ
รูปแบบเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าทุกแห่งเป็นสถานพยาบาล เพราะการนวด สปา หรือการพักผ่อนเป็นบริการคนละประเภทกับการวินิจฉัยและรักษาโรค ส่วนการเดินทางเพื่อรับการรักษาจะเกี่ยวข้องกับ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์หรือ Medical Tourism ซึ่งต้องมีการวางแผนตามขั้นตอนทางการแพทย์มากขึ้น
รวมรูปแบบสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในไทย มีที่ไหนน่าสนใจบ้าง?
ประเทศไทยมีทั้งแหล่งธรรมชาติและสถานบริการที่รองรับการพักผ่อนเพื่อสุขภาพ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแบ่งสถานบริการกลุ่มสปาและเวลเนสออกเป็น Day Spa, Hotel & Resort Spa และ Destination Spa & Wellness ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องเดินทางไปพักหลายวันเสมอไป การดูแลสุขภาพระหว่างท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากกิจกรรมระยะสั้นไปจนถึงโปรแกรมที่พักค้างคืนได้
1. สปาและนวดแผนไทย พักผ่อนร่างกายระหว่างเดินทาง
การนวดแผนไทยและสปา เป็นกิจกรรมที่เข้ากับการท่องเที่ยวได้ง่าย เพราะสามารถจัดสรรค์เวลาได้ แถมใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงระหว่างทริป หรือเลือกพักในโรงแรมที่มีบริการสปาภายในที่พักก็ได้ กิจกรรมมีตั้งแต่นวดไทย นวดน้ำมัน นวดเท้า ไปจนถึงการอบสมุนไพรและดูแลผิวตามโปรแกรมของแต่ละแห่ง
เชียงใหม่ นับเป็นหนึ่งในจังหวัดที่น่าสนใจสำหรับการท่องเที่ยวรูปแบบนี้ เพราะมีทั้งสปาในเมืองและบริการที่นำเอกลักษณ์ล้านนามาผสมผสานกับประสบการณ์พักผ่อน ขณะที่กรุงเทพฯ ก็เหมาะกับคนที่ต้องการจัดโปรแกรมสปาสั้น ๆ โดยไม่ต้องเดินทางออกนอกเมือง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังมีการรวบรวมและมอบรางวัลให้สถานบริการสปาในจังหวัดต่าง ๆ รวมถึงเชียงใหม่ด้วย
เหมาะกับ: คนที่ต้องการพักจากการทำงาน ผู้ที่อยากใช้เวลาผ่อนคลายระหว่างทริป หรือคนที่มีเวลาเดินทางไม่มาก แต่หากมีโรคประจำตัว เพิ่งผ่าตัด หรือมีอาการบาดเจ็บ ควรสอบถามแพทย์ก่อนเลือกโปรแกรมนวดหรืออบความร้อน
2. แหล่งน้ำพุร้อนและบ่อน้ำแร่ธรรมชาติ
สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากสปาในอาคาร การเดินทางไปแหล่งน้ำพุร้อนเป็นอีกทางเลือกที่ได้สัมผัสธรรมชาติไปพร้อมกับกิจกรรมผ่อนคลาย หลายแห่งมีพื้นที่แช่เท้า บ่อแช่น้ำร้อน และจุดพักผ่อนที่สามารถเที่ยวต่อกับสถานที่ใกล้เคียงได้
ตัวอย่างสถานที่ที่น่าสนใจ ได้แก่
- น้ำพุร้อนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ แหล่งท่องเที่ยวในอำเภอแม่ออนที่มีบรรยากาศธรรมชาติ และเคยเป็นสถานที่จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพร่วมกับศาสตร์นวดไทยและกิจกรรมท้องถิ่น
- บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน จังหวัดระนอง แหล่งน้ำพุร้อนที่อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด สามารถจัดทริปร่วมกับการพักผ่อนในเมืองระนองและสถานที่ธรรมชาติใกล้เคียงได้
- บ่อน้ำแร่ร้อนบ้านพรรั้ง จังหวัดระนอง อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่สนใจแหล่งน้ำแร่และอยากจัดเส้นทางท่องเที่ยวสุขภาพในจังหวัดเดียวกัน
การแช่น้ำร้อนควรคำนึงถึงอุณหภูมิและระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ควรฝืนแช่นานจนเวียนศีรษะหรืออ่อนเพลีย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคหัวใจหรือความดันโลหิตผิดปกติ ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์หากไม่แน่ใจว่าสามารถทำกิจกรรมลักษณะนี้ได้หรือไม่
3. รีสอร์ตและโรงแรมเพื่อสุขภาพ (Wellness Resort)
คนที่อยากใช้เวลาพักผ่อนมากกว่าการนวดหรือทำกิจกรรมเพียงครั้งเดียว อาจสนใจ Wellness Resort ซึ่งออกแบบที่พักและกิจกรรมให้เกี่ยวข้องกับสุขภาพมากขึ้น เช่น มีเมนูอาหารที่วางแผนตามความต้องการของผู้เข้าพัก คลาสโยคะ การฝึกสมาธิ กิจกรรมออกกำลังกาย และโปรแกรมสปา
สถานที่ลักษณะนี้สามารถพบได้ในหลายเมืองที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะจังหวัดที่มีบรรยากาศเหมาะกับการพักผ่อน เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต และเกาะสมุย ตัวอย่างที่มีข้อมูลในรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยคือ Kamalaya Koh Samui จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นศูนย์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว สมาธิ โภชนาการ และการดูแลตัวเอง
ก่อนจองควรดูว่าที่พักเป็นเพียงรีสอร์ตที่มีบริการสปา หรือเป็นสถานที่ที่มีโปรแกรม Wellness โดยเฉพาะ เพราะรูปแบบกิจกรรม ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายอาจแตกต่างกันมาก
เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการพักหลายวันและให้ความสำคัญกับการนอน การกิน และกิจกรรมสุขภาพระหว่างทริป โดยไม่จำเป็นต้องมีเป้าหมายรักษาโรค
4. แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไม่จำเป็นต้องมีสปาหรือโปรแกรมราคาแพงเสมอไป การเดินในสวน พักใกล้ภูเขา ใช้เวลากับธรรมชาติ หรือเลือกที่พักซึ่งไม่มีกิจกรรมแน่นตลอดวัน ก็เป็นรูปแบบการพักผ่อนที่หลายคนมองหา
ตัวอย่างพื้นที่ที่สามารถนำมาวางแผนทริปในลักษณะนี้ ได้แก่ เชียงใหม่สำหรับการพักท่ามกลางภูเขา ระนองสำหรับการเที่ยวป่าและน้ำพุร้อน หรือจังหวัดที่มีเส้นทางเดินธรรมชาติซึ่งเหมาะกับความสามารถในการเคลื่อนไหวของแต่ละคน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเองก็มีโครงการ Power Spot Travel ที่นำแนวคิด Forest Therapy และกิจกรรมดูแลสุขภาวะกายใจมาเชื่อมกับแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ
กิจกรรมกลุ่มนี้เหมาะกับคนที่อยากลดความเร่งรีบจากชีวิตประจำวัน แต่ไม่จำเป็นต้องเลือกเส้นทางเดินป่าหนัก ๆ เพื่อให้รู้สึกว่าเป็นทริปสุขภาพ การเดินสบาย ๆ ในสถานที่ที่เข้าถึงง่ายและพักผ่อนเพียงพอก็เข้ากับเป้าหมายได้เช่นกัน
5. สถานที่ฝึกสมาธิ โยคะ และการพักผ่อนด้านจิตใจ
บางคนไม่ได้รู้สึกเหนื่อยจากการเดินทางหรือการทำงานทางร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่อยากมีเวลาพักจากสิ่งรบกวนและจัดระเบียบชีวิตประจำวันใหม่ การเข้าร่วมกิจกรรมฝึกสมาธิ โยคะ หรือโปรแกรม Mindfulness จึงเป็นอีกแนวทางของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
รูปแบบสถานที่มีทั้งวัด ศูนย์ปฏิบัติธรรม รีทรีต และสถานบริการ Wellness ที่จัดโปรแกรมเฉพาะด้าน โดยกิจกรรมอาจประกอบด้วยการนั่งสมาธิ การฝึกหายใจ การเดินสมาธิ โยคะ หรือการทำกิจกรรมร่วมกับธรรมชาติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้จัดทำคู่มือ A Directory of Mindfulness in Thailand เพื่อรวบรวมรูปแบบกิจกรรมและสถานที่ในกลุ่มนี้โดยเฉพาะ
ก่อนสมัครควรตรวจสอบตารางกิจกรรมและข้อกำหนดของสถานที่ เพราะบางโปรแกรมเป็นการพักผ่อนทั่วไป ขณะที่บางโปรแกรมต้องเข้าร่วมกิจกรรมเป็นเวลาหลายชั่วโมงหรือมีข้อกำหนดด้านการใช้โทรศัพท์ อาหาร และการพักค้างคืน
6. สถานพยาบาลและศูนย์ตรวจสุขภาพควบคู่กับการท่องเที่ยว
อีกหนึ่งรูปแบบที่เชื่อมเรื่องการเดินทางกับสุขภาพโดยตรง คือการจัดทริปเพื่อเข้ารับบริการตรวจสุขภาพหรือปรึกษาแพทย์ แล้วจึงวางแผนพักผ่อนตามเวลาที่เหมาะสม เหมาะกับผู้ที่มีเป้าหมายชัดเจน เช่น ตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจคัดกรองตามความเสี่ยง หรือเข้ารับการรักษาที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า
กรุงเทพฯ เป็นตัวอย่างของเมืองที่สามารถจัดแผนลักษณะนี้ได้ เพราะมีสถานพยาบาลและบริการตรวจสุขภาพหลายรูปแบบ ขณะที่เมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ อาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนต่อหลังเสร็จสิ้นการตรวจ ทั้งนี้หากเป็นการผ่าตัดหรือหัตถการที่ต้องพักฟื้น ควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่าสามารถเดินทางหรือทำกิจกรรมท่องเที่ยวต่อได้เมื่อใด ผู้ที่สนใจการเดินทางลักษณะนี้สามารถเลือกจาก แพ็กเกจการตรวจสุขภาพและการรักษาของ Queenmed
วางแผนเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างไร ให้ได้พักผ่อนจริงและไม่เหนื่อยกว่าเดิม?
ทริปสุขภาพที่จัดกิจกรรมแน่นเกินไปอาจทำให้กลับมาเหนื่อยกว่าเดิม โดยเฉพาะการเดินทางหลายจังหวัดในเวลาสั้น ๆ ก่อนจองจึงควรดูทั้งเป้าหมายของทริป ระยะเวลาพัก และสภาพร่างกายของผู้ร่วมเดินทาง
เรื่องที่ควรเช็กก่อนเดินทาง
- เลือกกิจกรรมให้ตรงกับสิ่งที่อยากดูแล เช่น ผ่อนคลาย ออกกำลังกายเบา ๆ หรือตรวจสุขภาพ
- ตรวจสอบรายละเอียดโปรแกรมและบริการที่รวมอยู่ในราคา โดยเฉพาะรีสอร์ตหรือแพ็กเกจสุขภาพ
- เผื่อเวลาพัก ไม่จำเป็นต้องทำกิจกรรมทุกช่วงของวัน
- หากมีโรคประจำตัว ควรตรวจว่ากิจกรรมอย่างการแช่น้ำร้อน นวด หรือออกกำลังกายเหมาะกับตนเองหรือไม่
- หากมีนัดตรวจหรือรักษา ให้จัดตารางตามคำแนะนำของสถานพยาบาลก่อน แล้วจึงเพิ่มกิจกรรมท่องเที่ยวที่ทำได้อย่างเหมาะสม
โดยเฉพาะคนที่วางแผนเที่ยวหลังเข้ารับการรักษา ควรแยกการพักผ่อนทั่วไปออกจากการฟื้นฟูทางการแพทย์ให้ชัดเจน เพราะการพักในรีสอร์ตหรือทำสปาไม่ได้ทดแทนกายภาพบำบัด การติดตามอาการ หรือคำแนะนำหลังผ่าตัดจากแพทย์ได้
เที่ยวพร้อมตรวจสุขภาพในไทย วางแผน Medical Tourism กับ Queenmed Care
สำหรับผู้ที่อยากเดินทางมาประเทศไทยเพื่อดูแลสุขภาพมากกว่าการพักผ่อนทั่วไป การมีแผนตรวจสุขภาพหรือเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นจะช่วยให้จัดวันเดินทางและวันพักได้เหมาะสมขึ้น โดยเฉพาะผู้เดินทางจากต่างประเทศที่อาจต้องประสานทั้งสถานพยาบาล เอกสาร และการเดินทางภายในประเทศไทย
Queenmed Group มี บริการ Medical Tourism เพื่อช่วยประสานการดูแลสำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับบริการทางการแพทย์ในประเทศไทย ทั้งการประสานงานกับสถานพยาบาล การวางแผนการรักษา และบริการสนับสนุนการเดินทางตามความต้องการ
ผู้ที่ต้องการตรวจสุขภาพหรือรักษาโรคสามารถเริ่มจากแจ้งความต้องการและข้อมูลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานรายละเอียดของบริการก่อนเดินทาง ส่วนกิจกรรมท่องเที่ยวหรือการพักผ่อนเพิ่มเติมควรจัดให้สัมพันธ์กับโปรแกรมที่เลือก โดยเฉพาะการรักษาที่ต้องมีการพักฟื้นหรือติดตามผลก่อนกลับประเทศ
LINE ID : @queenmed
Email : Queenmedgroup@gmail.com
